วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
มนุษย์ป้าจอมถ่ายรูป
เคยเจอเหมือนกันแต่ไม่ได้มีปากเสียงเหมือน จขกท. นะครับ เงียบแบบมึนๆ เรื่องมีอยู่ว่า ผมจอง Nok air จากภูเก็ตเข้ากรุงเทพ และผมได้ทำ Web Check in พร้อมเลือกที่นั่งก่อนจากบ้านเรียบร้อยแล้ว ระบุที่นั่งเป็นที่นั่งติดหน้าต่าง หลังจากไปถึงสนามบินและขึ้นเครื่องเรียบร้อย ผมก็ไปนั่งในที่ๆ ของผมหลังจากนั้นมีป้าคนนึงมานั่งเบาะกลาง และป้าก็เริ่มถามผม
ป้า : น้องจะถ่ายรูปมั้ย
เรา : ถ่ายรูปอะไรครับ
ป้า : ถ่ายรูปวิวอ่ะน้อง
เรา : เปล่าครับ ไม่ถ่าย
ป้า : งั้นป้าขอนั่งตรงริมหน้าต่างได้มั้ย ป้าจะถ่ายรูป
เรา : พอดีผมเลือกที่นั่งจากหน้าเว็บมาน่ะครับ (พูดแบบถนอมน้ำใจมาก)
ป้า : ก็น้องไม่ถ่ายรูป นั่งตรงนั้นก็ไม่มีประโยชน์
เรา : (งงๆๆ) ทำไมตอน check in ป้าไม่ขอเลือกที่นั่งก่อนล่ะครับ
ป้า : พอดีฉั้นลืม
เรา : ถ้าขอผมขนาดนี้ก็ได้ครับ (พร้อมขยับให้ป้าเข้าไปนั่งแทน และขณะนั้นแอร์ก็ได้ยินและเห็นเหตุการณ์)
แอร์ : คุณค่ะ เดี๋ยวเครื่องไต่ระดับแล้ว เชิญไปนั่งตรง exit door ได้เลยนะคะ
ป้า : (เรียกแอร์) น้องๆ งั้นฉั้นขอไปนั่งตรงนันได้มั้ยแล้วให้น้องเค้ากลับมานั่งที่เดิม
แอร์ : ไม่รู้จะพูดว่างัย สงสัยสตั้นไป
เรา : (คุยกับแอร์) งั้นให้ป้าแกไปนั่งตรงนั้นก็ได้ครับ ผมไม่เป็นไร
*** หลังจากป้าแกย้ายไปนั่งตรง exit door ****
ป้า : (เรียกแอร์) น้องๆ ที่นั่งตรงนี้มันใกลหน้าต่างอ่ะน้องพี่จะถ่ายรูป มันไม่สะดวกต้องเอื้อมถ่าย น้องช่วยบอกน้องผู้ชายคนเมื่อกี้ให้มานั่งตรงนี้ได้มั้ย ป้าจะกลับที่เดิม
แอร์ : ต้องไปถามคุณผู้ชายก่อนนะครับว่าจะยอมมั้ย
เรา : (ไม่ต้องรอให้ถาม) แกล้งหลับเลย
แอร์ : พอดีคุณผู้ชายท่านนั้นหลับอยู่ค่ะ ทางเราไม่กล้ารบกวน
ป้า : สบท ออกมาดังมากกกกก " สงสยแกล้งหลับแน่ๆ ไม่มีน้ำใจเลย"
เรา : (แล้วมันธุระอะไรของผมที่ต้องย้ายไปย้ายมา เพราะป้า ซึ่งเราไม่ได้รู้จักกันเลย)
จากนั้นก็ปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนเครื่องถึงดอนเมือง เราก็เดินออกเกทไป ป้าแกก็เดินตามหลังเรามาและเรียกเรามาคุยด้วยอีก ว่า
ป้า : น้องเมื่อกี้ป้าขอย้ายกลับที่เดิมน้องทำไมไม่ให้ป้าค่ะ ไม่มีน้ำใจเลย
เรา : (ไม่ตอบ) และเดินไม่สนใจ
ป้า : นี่ถามทำไมไม่ตอบ กะอี่เรื่องแค่นี้ไม่มีน้ำใจเลย
เรา : นับ 1-10 อยู่ในใจ
ป้า : นี่ๆ เธอ รู้มั้ยฉั้นทำงานอะไรและก็ บลาๆๆๆๆ ไปเรื่อยๆ จับใจความได้ว่า หล่อนเป็น ผจก.แผนกอะไรซักอย่างในโรงงานแถวๆ ชลบุรี และชอบถ่ายรูปลงเว็บรีวิว (คือจะบอกทำไมไม่ทราบ ไม่ได้อยากรู้) และถามผมว่า แล้วเธอล่ะมีงานมีการอะไรทำถึงไม่มีน้ำใจขนาดนี้
เรา : (นับเลขครบสิบล่ะ และไม่ไหวแล้วมั้งป้า เลยสวนไปทีเดียวให้จบ) ผมไม่มีน้ำใจคงไม่ใช่ครับ เพราะผมเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาให้ป้ามาสองรอบล่ะ และที่สำคัญเราไม่รู้จักกัน แล้วไอ้ตำแหน่งบ้าๆ บอๆ ที่บอกผมมามันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะมาบอกผม และมารยาทของคนที่จะถ่ายรูปลงเว็บรีวิวเค้ามีมากกว่านี้และมีการเตรียมตัวมาอย่างดีว่าเค้าต้องการอะไรโดยที่ไม่ไปเบียดบังสิทธิของคนอื่น ส่วนเรื่องการงานของผมก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าคุณและอาจจะมากกว่าคุณด้วยซ้ำเพราะผมเป็น ผจก.ทั่วไป แต่ที่ไหนผมไม่จำเป็นต้องบอกให้รู้ จบนะครับอย่าเรียกผมอีก
ยอมรับว่าโมโหและรำคาญมากกกก ไม่นึกว่าจะเจอคนแบบนี้
มนุษย์ป้าขัางบ้าน
พวกคุณคงคิดว่าการเจอมนุษย์ป้าแค่ครั้งเดียวก็เอือมระอาใจจะแย่ แต่สำหรับผม มนุษย์ป้าอาศัยอยู่ขัางบ้านผม หึหึ!!
มนุษย์ป้าเพืงย้ายเข้ามาในหมู่บ้านผมได้ตอนผมเรียน ม. 6 จะมีหลายเหตุการมากครับขอยกตัวอย่าง
เช้าวันนึงผมตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงคนโวยวาย
มนุษย์ป้า : ฿&&฿))฿&&@&฿฿&&&
ผม : เสียงอะไรว่ะ!! หนวกหูSHIP พร้อมตื่นขึ้นแลัวตะโกนถามแม่ว่า แม่ๆใครมาเสียงดังเนี้ยะคนจะนอน โว๊ะ
แต่แม่ก็ไม่ได้ตอบอะไร ผมเลยลงข้างล่างไปดูว่าใครมาเอะอะเสียงดัง พอลงไปก็เห๊นแม่ยืน แว๊ดๆกับป้าข้างบ้าน ผมเลยถามว่า
ผม : แม่มีไรกันอ่ะเสียงดังคนจะนอน ดังไปถึงห้องหนูเนี้ยะ
แม่ : ก็ ป้าข้างบ้านเนี้ยะดูๆ มาด่าแค่ใบไม้บ้านเราปลิ้วไปบ้านเค้าเนี้ย
ผม : อะไรนะ (คือแบบยืนงง) ใบไม้
มนุษย์ป้า : พวกเทอจะมาว่าชั้นไม่ได้นะ ใบไม้บ้านเทอปลิ้วเข้ามาบ้านชั้น พวกเทอต้องมาเก็บออกไปด้วย
ผม : ยืนชะโงกหน้าดู (เงิบไป3วิ พร้อมน้ำลายบูด) เอิ่มมมม ใบไม้บ้านผมปลิ้วเข้าบ้านป้า ไม่ถึง10ใบเนี้ยนะ นอกนั้นของบ้านป้าหมดเลยนะเต๊มหญ้าเลย
แม่ : นั้นนะสิ แค่นี้เองทำไมต้องเดือดร้อนตะโกน ซะแบบ ต้นไม้ล่มโค้นทับบ้าน
มนุษย์ป้า : พวกเทอมาเก็บออกไปด้วย เร๊วๆไม่งั้นชั้นจะเอาเรื่องบ้านพวกเทอแน่
ผม : (คิดในใจ SHIPแค่เนี้ยอะนะ เรื่องใหญ่โต ) แม่เด่วหนูไปเก็บเอง
แม่ : เออๆจะได้สิ้นเรื่องสิ้นราว
ผม : เดินไปเก็บที่กวาดใบไม้กับที่โกย เดินไปบ้าน มนุษย์ป้า
มนุษย์ป้า : ไหนๆก็มาเก็บและกวาดให้ชั้นด้วยและกันเดี้ยวชั้นไปอาบน้ำก่อน
ผม : เงิบดิฟังคำนั้น ผมเลยบอก ป้าผมทำในส่วนของผมอ่ะ ของป้าก็เก็บเองดิครับ
แม่ : ตะโกนข้ามมา นั้นสิมาใช้ลูกชั้นได้ยังไง
มนุษย์ป้า : แหม๊คุณ ไหนๆก็มาเก็บแล้วก็ทำทีเดียวไปเลยและกัน
ผม : ไม่อ่ะครับ ผมเก็บแค่ของบ้านผมพอจบนะ แล้วผมก็รีบเก็บๆใบไม้บ้านของผมไป
มนุษย์ป้า : ด่าตามหลังพอผมออกไป ชั้นจะจำไวว่าบ้านหลังนี้ไม่มีน้ำใจ
ผม : เดินเข้ามาบ้าน พร้อมมองกับแม่ แล้วทำหน้าแบะปากพร้อมกัน
ตั้งแต่นั้นมา พ่อก็กั้นรั้วให้สูงขึ้นเพื่อไม่ให้ ใบไม้ปลิ้วเข้าบ้าน มนุษย์ป้าได้อีกเลย
แต่อย่าลืมว่ามนุษย์ป้าอยู่ข้างบ้านผม ฉะนั้น. มันไม่ได้มีแค่เรื่องเดียวแน่ๆ
ปล. ท่ามีแท็กเกี่ยวกับมนุษย์ป้าจะดีมาก ไวผมจะติดตามและเข้ามาบ่น เอ้ยเขัามาเล่าใหม่ แจ๊ะเพลีย
มนุษย์ป้าแขก มาบุญครอง
มนุษย์ป้าแขก (โพกคลุมหัวทั้งตัว) ที่เห็นเดินเต็มมาบุญครองน่ะค่ะ
เรานั่งกินแมคอยู่มาบุญครองชั้นล่าง ก็มีกลุ่มครอบครัวแขกมานั่งโต๊ะใกล้ๆ ไม่ได้สนใจอะไรกินของตัวเองไป
ทีนี้พวกเขาทำน้ำหก มนุษย์ป้าโวยวาย วินาทีถัดมา นางหยิบกระดาษทิชชู่จากถาดเรา!! เอาไปเช็ดโต๊ะนางค่า!!
อึ้งดิ กระดาษเช็ดปากตรู ไม่เคยเจอ สตั้นเลย ไม่มีขอไม่มีถามอะไรไม่มองหน้าด้วย มาหยิบไปเฉยเลย
ตอนนั้นยังเด็กเลยงงๆ ลูกสาวป้าก็ช็อคกับสิ่งที่แม่ทำ หันมาทำหน้าขอโทษแบบอึ้งๆ ดีที่กินใกล้เสร็จเลยลุกมาแบบมึนๆ
นับจากนั้น ข้าพเจ้าก็ติดนิสัยเก็บกระดาษลงกระเป๋าก่อนกินทุกครั้ง กินแม็คไม่มีกระดาษเช็ดปากนี่มันไม่ไหวอ่ะ มันเกิน
คุณป้ามหาภัย ที่ปางช้างเชียงใหม่
เจอคุณป้ามหาภัยกับตัวเองที่ปางช้างเชียงใหม่...
ขณะที่โชว์ช้างกำลังจะเริ่ม คุณป้าสามนางตีลอนผมเป๊ะ !! อายุราวๆ 60 - 70 ปี หอบหวีกล้วยพะรุงพะรัง เดินเข้ามานั่ง แต่เพราะที่นั่งเต็มเกือบหมดคุณป้าจึงแยกกันนั่งคนละแถว
แล้วความซวย ก็มาเยือน!!
เมื่อหนึ่งในคุณป้าที่ใส่นาฬิกาสีทองมานั่งข้างดิฉัน !!
คุณป้าเริ่มตั้งต้นพากย์การแสดงช้างตั้งแต่โชว์ยังไม่เริ่ม... นางโม้กับเพื่อน บรรยายได้ทุกฉากทุกตอนว่าช้างจะทำอะไร เหมือนนางดูโชว์มาแล้วร้อยรอบ !!
ดิฉันรำคาญเลยพูดด่าลอยๆ ว่า "พากย์ตลอดเลยนะป้า"
เท่านั้นไม่พอ การแสดงไปได้เกือบครึ่งทาง.. โทรศัพท์มือถือนางก็ดังขึ้น... นางไม่รับจ้ะ..!!!
จนดิฉันทนไม่ไหว บอกนางว่า "ป้าคะ โทรศัพท์มือถือดัง"
พอนางรับ นางก็คุยกับลูกชายนางเสียงดังอีกราวห้านาที ...
พอวางเสร็จ นางก็โม้กับเพื่อนสาวว่า ลูกชายจะซื้อตั๋วเครื่องบินให้ บลาๆๆ (แบบว่าอวดรวยอ่ะ)
ตลอดเวลาดิฉันก็ด่านางลอยๆ ตลอด... จนนางเริ่มรู้ตัว
ดิฉัน: นี่งานแสดงช้าง ไม่ใช่ที่มานั่งคุยโทรศัพท์
ป้า: ฉันจะพูดอะไรก็เรื่องของฉันปากของฉัน ฉันก็เป็นคนจีนนะ(นางเห็นว่าเราคุยกับคนจีนที่เราพามา... แล้วเกี่ยวอะไรยะ) ฉันเป็นผู้หลักผู้ใหญ่มาพูดแบบนี้ได้ไง
ดิฉัน: ก็เป็นผู้ใหญ่ไม่ทำตัวให้น่าเคารพ ใครเค้าจะเคารพลง!! อายุปานนี้แล้วไม่รู้จักการวางตัวในที่สาธารณะ !!
.... คุณป้าอีกคนบอกให้นางหยุดโวยวาย และนางเองคงเถียงเราไม่ขึ้น เลยเงียบไป ...
และดิฉันก็จิ๊กตาเบาๆ ใส่ตอนที่พวกนางจากไป...
มนุษย์ป้าบนรถเมล์
เราเองก็เคยเจอค่ะ แต่เป็นบนรถเมล์แอร์ เราขึ้นรถเมล์แอร์สาย514ตอนเย็นค่ะช่วงเลิกงาน แถวๆเซ็นทรัลเวิร์ล
วันนั้นเป็นวันที่รถติดค่ะ แล้วรถคันที่ขึ้นก็ยังไม่ถึงป้ายแต่คนขับเปิดประตูให้ขึ้นเพราะเห็นรถติดมาก ตอนเราขึ้นไปก็ไม่มีปัญหาค่ะ คนบนรถมีน้อยเพราะส่วนใหญ่ไปยืนรอกันที่ป้ายแล้วจะมองไม่เห็นสายรถเมล์เพราะมันอยู่หลังๆนู้นเลย บังเอิญวันนั้นเราเดินเลียบถนนจะไปที่ป้ายรถเมล์เห็นก่อนเลยโชคดีได้ขึ้นก่อน
พอเราขึ้นไปก็เดินไปนั่งเบาะคู่อ่ะค่ะชิลๆ จ่ายตังค์ แล้วหยิบมือถือออกมาเล่นเกมเก็บผัก สักพักนึง เสียงประตูรถเปิดอีกครั้ง แล้วมนุษย์ป้าอ้วน กับมนุษย์ป้าแก่ก็ปรากฏกาย....
มนุษย์ป้าอ้วน กับมนุษย์ป้าแก่มาด้วยกันค่ะ ขึ้นจากประตูด้านหน้ารถโดยมนุษย์ป้าอ้วนขึ้นมาก่อนแล้วตรงดิ่งมาที่เบาะคู่ด้านซ้ายมือที่ติดกับประตูด้านตรงกลางรถ(เรานั่งเบาะคู่ทางขวา แต่อยู่ด้านหลังห่างไปอีกแถวนึง) ส่วนมนุษย์ป้าแก่ขึ้นมาอย่างช้ากว่ามากๆ แล้วอยู่ๆมนุษย์ป้าอ้วนก็หัวเราะ"ฮึๆๆๆ"....ไอ้เราก็เงยหน้าจากเกมขึ้นมามองว่าเสียงใครฟะ แล้วก็เห็นมนุษย์ป้าอ้วนที่หัวเราะ"คนเดียว"......
ตอนแรกก็งงแบบว่า เฮ้ย อะไรฟะ หัวเราะคนเดียว เริ่มจ้องมองด้านหลังหัวของมนุษย์ป้าอ้วนที่ดูจะสนุกกับอะไรซักอย่าง แล้วก็เข้าใจค่ะ แกหัวเราะมนุษย์ป้าแก่ที่ขึ้นมาทีหลัง แล้วเดินมาไม่ทันแก.....ไอ้เราก็คิด....เรื่องแค่นี้นี่นะ โอเคช่างเขาเถอะ เขาอาจเป็นป้าอารมณ์ดี แล้วก็นั่งเล่นเกมต่อ
หลังจากกระเป๋ารถเมล์มาเก็บตังค์คุณป้าทั้งสอง มนุษย์ป้าแก่ก็เริ่มบทสนทนาว่าด้วยเรื่องของการ"ด่า"กระเป๋ารถเมล์ แต่ไม่ใช่กระเป๋าคนที่อยู่บนรถนะคะ เป็นอีกคนนึง แต่แกพูดด้วยเสียงดังมากๆ ประมาณว่า จำได้มั้ยEนังกระเป๋ารถเมล์คนนั้นชื่ออะไร หะเรี้ยมากเลย แล้วก็ตามด้วยคำหยาบนาๆชนิดที่ไม่คิดจะเบาเสียงลง ตอนนั้นเราก็เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ประมาณว่าอะไรนักหนานิ่ พูดกันแค่สองคน เบาะก็นั่งคู่กัน ทำไมต้องแหกปากคุย แถม(อันนี้เราคิดเองด้วยส่วนตัวนะ)กระเป๋ารถเมล์ก็อยู่ตรงข้างหน้านั่น ถ้าคิดจะด่ากระเป๋ารถเมล์ ก็ควรไปด่าที่บ้านนะ เพราะมันอาจจะกระทบกระเป๋าคนอื่นๆ........จากนั้นแกสองคนก็คุยกันแบบหาได้มีความเกรงใจคนอื่นไม่เลยค่ะ......
และที่แย่กว่านั้นคือ มนุษย์ป้าอ้วนเริ่มไอ และจาม.....ถ้าเป็นคนปกติทั่วไปคนอื่นๆก็จะพยายามเก็บอาการไอ จาม หรือพยายามทำให้ดูรบกวนคนอื่นน้อยที่สุดใช่มั้ยคะ แต่ไม่ใช่กับมนุษย์ป้าอ้วนผู้นี้ค่ะ แกไอโคลกๆๆโดยไม่มีการเอาแม้แต่มือมาปิดปาก แถมยังไอแบบสุดเสียงจนบางครั้งไอเหมือนแทบจะอ้วกอ่ะค่ะ นึกออกกันมั้ยคะเหมือนอยู่บ้านแล้วไอแบบจะขากสเลดออกมาให้ได้(ขออภัยหากคำนี้ทำให้นึกภาพออกเกินไป) ได้ยินทั้งคันรถแน่นอนค่ะ กระเป๋าก็หันมามอง ผู้โดยสารคนอื่นก็หันมามอง แต่แกก็ไม่สะทกสะท้านใดๆอะไรทั้งสิ้น ราวกับว่าแกมีบาเรียปกป้องตัวแกให้พ้นจากความมีมารยาท จามก็จามแบบสุดๆค่ะ แต่ตอนจามนี่เอามือปิดนะคะ แต่คิดว่าเอามือปิดเพราะมีน้ำมูก สังเกตได้ชัดเจนจากการเอามือเปล่าๆป้ายจมูกแล้วเอาไปถูขากางเกงบ่อยมาก แล้วตลอดเส้นทางทุกคนก็ต้องทนฟังเสียงไอมหาภัยนั่นไปตลอดทาง ตั้งแต่เสียงอ่ะฮึ่มอ่ะฮั่มเพราะคันคอ(แต่มันดังมากๆ แกทำเหมือนแกอยู่บ้านจริงๆนะ)ไปจนถึงเสียงไอแบบชวนอ้วกนั่น จนกระทั่งถึงป้ายที่แกลงรถไปค่ะ รถถึงจะกลับมาเงียบสงบ....
มนุษย์ป้าในตลาด
เคยเจอมนุษย์ป้า
ระหว่างต่อแถวซื้อยำผลไม้ร้านประจำในตลาด
แถวยาวมากกกกกกกกกกก รอเกือบครึ่งชม.
พอถึงคิวเรา กำลังจะอ้าปากสั่ง ความเร็วแสงแค่กะพริบตา
ม.น.ป: เอายำข้าวโพดสองถุงเผ็ดนิดเดียว
ไม่ใส่หอม อันนึงใส่ถุงอันนึงทานเลย ออ พิเศษปลากรอบ
เอาเลยนะ!!!!! ท่านางคือยื่นหน้าร้านประหนึ่งคิวแรกถือแบงค์ร้อยรอจ่ายตังค์
เรา อึ้ง!!!!!
คนข้างหลังอึ้ง!!!!
พ่อค้ายิ้มยังอึ้ง!!!!! ถือหม้อคลุกยำค้าง
ผ่านไปสิบวิหลังจากหายอึ้งทุกคนเริ่มออกอาการ
พ่อค้า: ได้ครับๆๆแต่รอสักครู่นะครับ คิวสุดท้ายคือคนใส่เสื้อชมพู
ม.น.ป: อีกตั้งหลายคนป้า หิว ทำให้ป้าก่อน. ลูกค้าประจำลัดคิวหน่อยแปปเดียว
พ่อค้า: ได้ครับๆ แต่ประจำไม่ประจำก็ตามคิวนะครับ
ม.น.ป: ของป้าคนเดียวกะแปดสิบละ
แปปเดียวทำเลยไม่มีใครว่าหรอก
เรา:แล้วที่มายื่นต่อแถวนี้ มาขอทานหรอ?????หันไปพูดกะน้องสาวแบบลอยๆ
คืออดทนฟังอยุ่นานระหว่างนั้นพ่อค้ากะยำของเราพลางๆ
พี่ๆ คราวหลังทำบัตรคิวแจกดิ กันพวกชอบหน้ามึน
ม.น.ป: หันมามองหน้าเรา เราก็ทำหน้ามึนๆใส่
มนุษย์ป้านั่งทับที่
เคยเจอมนุษย์ป้านั่งทับที่เหมือนกันครับ air asia นี่แหละสองหนไฟล์ทติดๆกันเลย เพราะเวลานั่งที่นั่งธรรมดาไม่ใช่ hot seat ผมก็จะเป็นคนไม่ค่อยรีบต่อแถว จะรอจนคนขึ้นไปเกือบหมดก่อน ค่อยเดินเข้าไป
อมยิ้ม02อมยิ้ม02อมยิ้ม02
รอบแรกไม่เท่าไหร่สันนิษฐานว่าดูเหมือนมนุษย์ป้าเลอะเลือน ดูบัตรไม่เป็นนั่งที่ผิด หรืออยากชมวิวยังไงไม่ทราบ ของผมที่นั่ง F ติดหน้าต่าง พอเดินไปถึงก็บอกดีๆว่า ตรงนี้ที่นั่งผมครับ
แกก็หันมาถามว่าอ้าวแล้วของป้านั่งตรงไหน Facepalm แล้วหันมองหน้ากันกับลูกสาวแก
ผมก็เลยบอกว่าถามเจ้าหน้าที่นะครับ ผมก็ไม่รู้ Facepalm แกก็ลุกลี้ลุกลนเดินออกมา พอดีแอร์เดินมาถาม ผมก็เลยเข้านั่งประจำที่และไม่ได้อะไรอีก แค่หันไปดูและรู้ว่าแกไม่ได้นั่งริมหน้าต่างครับ
ส่วนอีกครั้งนี่แย่หน่อย คือมนุษย์ป้า ที่น่าจะบังเอิญมาเจอเพื่อนมนุษย์ป้าด้วยกัน เหมือนไม่ได้เจอกันมานาน นั่งเม้าท์กันเพลินเลย เม่านักช้อป
พอผมไปถึงแกเลยอยากจะขอแลกที่มานั่งที่ผมซึ่งเป็นที่นั่ง F (ส่วน D กับ E เป็นของเพื่อนมนุษย์ป้าและผู้ติดตามน่าจะเป็นหลาน) โดยขอให้ผมไปนั่ง B อีกฝั่ง ในแถวข้างหลังถัดไปไป 3-4 แถว ซึ่งผมก็ไม่ยินยอม และยืนยันว่าผมต้องการนั่งที่ของตัวเอง เลยเจออาการเหวี่ยงใส่ ฮึดฮัด แต่ผมไม่สนใจครับ ผู้ชาย
มีอีกอันคือมนุษย์ป้าที่ไม่ได้เดือดร้อนอะไรผม แต่เป็นมนุษย์ป้าที่ซื้อที่นั่งธรรมดา แต่เห็น hot seat ตรงกลางว่างอยู่ทั้งแถว แกอยากจะปลีกวิเวก หรือจะปูเสื่อนอนหรืออย่างไรไม่ทราบ เลยเดินไปนั่งหน้าตาเฉย แกอาจจะคิดว่าคงไม่มีใครว่า และยังไงที่นั่งก็ว่าง พอถึงเวลานับผู้โดยสาร แอร์ก็เลยเดินมาทักและขอดูตั๋วแก และบอกว่าไม่สามารถสลับมานั่งเก้าอี้แดงได้ โดนนางจิกไปตามระเบียบก่อนกลับไปนั่งที่ เม่าโกรธ
ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าแต่ไม่ว่าประเทศจะพัฒนาไปมากเท่าไหร่ มนุษย์ป้ายิ่งมีการปรับตัวในการเอาเปรียบคนอื่นมากขึ้น และแตกหน่อ แบ่งตัว มีการรวมกลุ่มในการเอาเปรียบจนทำให้หลายคนสมยอมที่จะถูกเอาเปรียบ ต่อไปถ้ามนุษย์ป้าครองโลก โลกคงโกลาหลน่าดู
มนุษย์ป้าบนเรือสปีดโบ้ท
มนุษย์ป้าบนเรือสปีดโบ้ท
เรากับแฟนเราไปนอนค้างคืนบนเกาะสิมิลัน ทำให้ต้องซื้อทัวร์เป็นแบบ open คือจ่ายเพิ่มอีก 500 บาทจากราคา Day trip ปกติ ก็จ่ายไป""" ไม่มีปัญหาอะไร เราไปค้างบนเกาะ 2 คืน.......
วันที่จะกลับก็มารอเรือสปีดโบ้ทของบริษัททัวร์ที่จองไว้ เรือมาถึงก็กินข้าวเที่ยงๆ ปล่อยให้เดินเล่น จนถึงเวลากลับ เราก็ขึ้นไปบนเรือ ( สื่อสารกับไกด์เรียบร้อยแล้วว่าเราเป็นลูกค้า open )
ขึ้นไปเราก็ไปนั่งข้างๆตาแป๊ะทัวร์จีน ซึ่งส่งสายตามองเราแบบเหยียดๆ จน.....
มนุษย์ป้า : โทษนะคะ น้องเป็นคนไทยรึเปล่าคะ
เรา : ใช่คะ (นึกในใจว่า สงสัยจะชวนเรานินทาแก๊งค์จีนที่เสียงดังแน่เลย)
มนุษย์ป้า : น้องคะ ตอนพวกพี่มาอ่ะ พี่นั่งกันเบียดมาก ทุกคนเค้ามีที่นั่งแล้ว น้องมาทีหลัง น้องมาแย่งพวกพี่นั่งนะคะเรา : .........- "- เอ่ออ ขอโทษคะ แต่พอดีหนูเป็นลูกค้า open เพิ่งออกจากเกาะ ต้องกลับวันนี้แล้ว
มนุษย์ป้า : แต่พวกพี่นั่งกันเบียดมากนะ
เรา : (เราก็แบบ.....นี่ไล่ใช่ป่ะ ) แล้วคุณพี่จะให้หนูไปนั่งตรงไหนไม่ทราบคะ
มนุษย์ป้า : ก็ไม่รู้สิคะ แต่พวกพี่เบียด ( ก็อ้วนหนิ )
เรา : หนูก็ซื้อตั๋ว จ่ายเงินเหมือนกัน หนูก็ต้องได้นั่งเหมือนกัน
มนุษย์ป้า : พวกพี่ก็ซื้อเหมือนกัน (.....เออวะ กุเงิบเอง)
เรา : สะบัดก้นลุกแบบ โมโหมาก คืออารมณ์แบบ มันไม่ได้เบียดแนบแน่นจนแทบจะหายใจรดต้นคออะ แต่เจ๊แกหวงที่นั่งไว้นอนมั้ง เรารำคาญเลยลุก แล้วยืนพิงเรือสัก 10 นาที จนไกด์เดินมาแจกน้ำ เลยเดินไปบอกไกด์เสียงดังๆว่า
..........." พี่คะ ช่วยหาที่นั่งให้หนู 2 คนหน่อยนะคะ "
ไกด์ (สาวประเภท 2 ที่ตัวบึกและดำมาก ใส่บิกินี่สีชมพูสะท้อนแสง) : "Every body moveeeeeee pleaseeee"
ทุกคนในเรือ : ...กลัว... ขยับกันคนละนิดๆหน่อยๆ ก็มีที่นั่งเพิ่มขึ้นมา 1 ที่ติดกับอีป้าคนเดิมเลย
เราเลยให้แฟนเราไปนั่งข้างมนุษย์ป้าผู้นั้น แล้วเรานั่งฝั่งตรงข้ามกัน งานนี้จิกกันจนถึงท่าเรือจ้า
พอถึงท่าเรือ จะมีรถตู้พาไปส่งตามโรงแรมในภูเก็ต เราก็ขึ้นไปก่อน เพราะง่วงอยากหลับแต่ๆๆๆๆๆๆ มีมนุษย์ป้าพร้อมลูกหลานเดินตามมาขึ้นรถด้วย โอ๊ยยยยย เซ็งงงงงง....
เท่านั้นไม่พอ ขากลับไปเดินเฉียดกันที่สนามบินภูเก็ตอีกจ้า ดีนะไม่ใช่ไฟลท์เดียวกันกับมนุษย์ป้า เห่ออออ
เราอารมณ์แบบว่า บนเรืออ่ะ ก็ควรมีน้ำใจขยับให้คนอื่นนั่งด้วยหน่อยไหม ไม่ใช่ชั้นมาถึงก่อนชั้นต้องได้นั่งเบาะ คนมาทีหลังนั่งบนพื้นเรือ ในเมื่อบนเบาะมันยังนั่งกันได้อยู่ เพราะเรือเค้าก็ระบุอยู่แล้วว่ารับผู้โดยสารได้ 47 คน แล้วบนเรือเรามี 20 กว่าคน มันจะไม่มีที่นั่งได้ยังไงกัน ยัยป้า !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
มนุษย์ป้า แขกอินเดีย
ผมเคยเจอมนุษย์ป้า แขกอินเดียน่าจะสัญชาติไทย นุ่งสาหรี่ บิน TG ไปอินเดีย นั่งด้านหลังผม ไฟลท์ออกสามทุ่ม เครื่องไต่ระดับปุ๊บคงที่แอร์มาเสริฟอาหาร พอกินเสร็จ มนุษย์ป้าเริ่มเรื่องมากละ
มนุษย์ป้าอินเดีย: น้องๆ ช่วยเปิดเพลงอินเดียเอาไว้ในแทรคหน่อยคะ
น้องแอร์: คือเราไม่มีค่ะ
มนุษย์ป้าอินเดีย: น้องช่วยไปเรียกหัวหน้ามาหน่อย
น้องแอร์: ค่ะ
มนุษย์ป้าอินเดีย: เครื่องที่บินไปอินเดียควรจะมีเพลงอินเดียนะ รบกวนช่วยหาให้หน่อย
หัวหน้าแอร์: เราไม่มีค่ะ ถ้ายังไงเราจะเก็บไว้พิจารณานะคะ
กู : รำคาญหว่ะสาส กูจะนอน ดึกแล้วสาส บินแค่สามชม.เรื่องมากจังป้า เมิงก็พูดไทยอ่านไทยเขียนไทยชัดหนิ ฟังเพลงไรก็ฟังไปเหอะหน่า
รำคาญ กูจะนอน (คิดในใจ)
มนุษย์ป้าอินเดีย : ชียังไม่หยุดพล่ามครับ ควรต้องมีอย่างงั้นอย่างงี้ อย่างโน้น
หัวหน้าแอร์: ก็ ค่ะๆๆๆๆ อย่างเดียวเลยกว่าชีจะเลิกพล่าม
กู: รำคานsus
มนุษย์ป้า shopping
เจอในห้างเลยจ้า เรายืนเลือกเมล็ดทานตะวันอยู่ ด้านข้างเป็นถั่วลิสงอบ ทอด สาระพัดชนิด เรากำลังหยิบซองที่อยากกิน ป้าแก่ๆ 4-5คน ก็เดินมา
อีป้า: เกะกะ เลือกของไม่ได้เลย ฉันอยากได้ถั่วลิสงอบ ยืนปิดซะมิด
เรา: ปากดีละ จะได้ตบคนแก่กลางห้างก็วันนี้ แล้วที่มันอยู่ตรงหน้าป้าอ่ะ ทุเรียนไง ที่ยืนอยู่เนี่ยเมล็ดทานตะวัน ทั้งแถบนะป้า
อีป้า: เด็กนี่ไม่มีมารยาทเลย
เรา: อ้าว! มารยาทอ่ะมี แต่บังเอิญใช้กับคนที่มีมารยาทด้วยกัน ของที่จะกินก็อยู่ตรงหน้ายังจะมาพาลคนอื่น หรือว่าที่ตรงนั้นยืนไม่พอคะป้า ซื้อทั้งห้างไว้ยืนเลยมั้ยคะ
พนักงาน: ถั่วลิสงทั้งหมดมีแค่ตรงหน้าคุณป้านะ ที่น้องยืนอยู่คือเมล็ดทานตะวันค่ะ
อีป้าเงิบค่ะ คนแถวนั้นหันมามองเป็นตาเดียว สุดท้ายมันก็ไม่หยิบค่ะ พี่คนนึงเลยเดินมาคุยกับเรา
พี่คนนึง: มนุษย์ป้าน่ะค่ะน้อง น่าตบมากค่ะ เมื่อกี้ก็ไปโซนน้ำมัน บอกว่าจะซื้อยี่ห้อนี้ แต่พี่ยืนบัง พี่ก็หลบให้ สรุปมันก็ไม่หยิบค่ะ บอกว่าไม่เอา ยี่ห้อนี้ไม่เคยใช้ พี่ก็งงแล้วบอกจะเอา
เรา: น่าตบจริงๆ ด้วยค่ะพี่ เพี้ยง! ขอให้โดนตบฟันปลอมหลุด
พี่คนนึง: น้อยไปมั้งนะคะน้อง เอาให้หัวหลุดไปเลยค่ะ
สรุปแล้วมนุษย์ป้ามีให้พบเห็นกันอยู่ทั่วไป ทุกสังคม ทุกสถานที่ ป้าแกมีทั้งจนและรวย แต่สันดา น เหมือนกันคือเป็นโรคอิจฉาคนอื่น กวนทีนคนอื่น ปากหม า ใส่คนอื่น แซงคิวคนอื่นและอีกสาระพัดที่มนุษย์ป้าทำ ความสามารถแกเยอะจริงไรจริง
มนุษย์ป้าขั้นบอส
ตัวเราเคยเจอมนุษย์ป้าขั้นบอสครั้งนึง
ตอนที่เรากับเพื่อนๆจะนั่งเรือสปีดโบ๊ทไปเกาะเต่าค่ะ คือเป็นเรือส่วนตัวน่ะค่ะ
เราเป็นคนเกาะสมุย แล้วเจ้าของเรือคือญาติเรา สปีดโบ๊ทลำนั้นก็ถือเป็นเรือส่วนตัวน่ะค่ะ
แล้วที่ท่าเรือก็มีเรือจะไปเกาะเต่า แต่ไม่ใช่สปีดโบ๊ท เป็นเรือโดยสารปกติ ทีนี้เรือมันก็จอดท่าเดียวกัน
เราก็คุยกับพนักงานเรียบร้อย เราบอกว่าเดี๋ยวไปนะ ขอเข้าห้องน้ำกันก่อน
พอเราและเพื่อนเดินไปถึงเรือปรากฎว่ามีน้าสามคนนั่งอยู่ในสปีดโบ๊ทลำของเรา (อายุน่าจะราวๆ 40-45)
คนขับเรือก็ไม่อยู่ เราเลยเดินลงไปในเรือแล้วถามน้าว่า (ตอนนี้ยังคิดว่าเป็นน้าอยู่)
เรา : น้ามาทำอะไรในเรือลำนี้คะ?
น้าหนึ่ง : ก็ไปเกาะเต่าไงคะน้อง เรือลำนี้จะไปเกาะเต่าค่ะ
เรา : หนูทราบค่ะว่าเรือลำนี้จะไปเกาะเต่า เพราะเรือลำนี้เป็นของพวกหนูค่ะ แต่ว่าน้ามาทำอะไรบนเรือหนู
น้าหนึ่ง : ก็เรือลำนู้นมันอึดอัด คนเยอะ มีแต่ฝรั่ง แล้วเรือลำนี้นั่งไม่ได้เหรอ
น้าสอง : นั่นสิ ก็คนขับบอกไปเกาะเต่า พวกชั้นก็จะไปเกาะเต่า ทำไมจะนั่งไม่ได้
เรา : เรือลำนี้เป็นเรือส่วนตัวค่ะ ถ้าน้าซื้อทริปก็ต้องไปลำนั้นค่ะ
น้าหนึ่ง : อะไรกัน ก็เรือของบริษัทเดียวกัน ไปเกาะเต่าเหมือนกัน ทำไมชั้นจะนั่งไปด้วยไม่ได้
เรา : เข้าใจคำว่าเรือส่วนตัวมั้ยคะ ไม่ได้มีไว้บริการลูกค้าคนอื่น เชิญน้าออกจากเรือด้วย
น้าสาม : พวกเธอจะไปเกาะเต่าใช่มั้ย งั้นพวกชั้นขอติดเรือไปด้วยแล้วกัน ลำนู้นคนเยอะ
น้าสอง : นั่นสิ เป็นเด็กเป็นเล็กหัดมีน้ำใจหน่อย
เรา : สงสัยจะคุยกันไม่รู้เรื่อง
เรา คิดในใจ เจอมนุษย์ป้าพลังพิเศษซะแล้ว แต่ละคนคงเอากาวตราช้างทาก้นไว้ นั่งติดไม่ยอมไปไหน
เราเลยเดินขึ้นมาที่ท่าเรือ ตรงไปที่ออฟฟิศ แล้วไปบอกลุงว่าเอาเรือลำใหม่ออกให้หน่อย
เราก็เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ลุงก็หัวเราะ แล้วบอกว่าเดี๋ยวจัดการเอง แล้วลุงก็สั่งให้พนักงานเอาเรืออีกลำออก
เราและเพื่อนก็เดินมาลงเรือสปีดโบ๊ทอีกลำที่จอดใกล้ๆกัน พวกเราก็มองมนุษย์ป้าด้วยสายตาเบื่อหน่าย
มนุษย์ป้าเห็นเราเดินลงลำนี้ก็ตะโกนว่า "อ้าว ย้ายเรือเหรอ" แล้วก็รีบลุก หยิบของขึ้นจากเรือลำนั้นจะมาลงเรือเรา
ลุงเรา : ขอโทษนะครับ นี่เป็นเรือส่วนตัวครับ ไม่ได้มีไว้บริการลูกค้า ลูกค้าทั้งสามซื้อทริปเกาะเต่าใช่มั้ยครับ
เชิญลงเรือลำใหญ่ครับ เชิญครับ
ป้าหนึ่ง : ก็เด็กพวกนี้จะไปเกาะเต่าไม่ใช่เหรอ ลำนั้นคนเยอะ อึดอัดอ่ะ
ลุงเรา : เรือส่วนตัวครับ ส่วนตัว ไพรเวท เรือสปีดโบ๊ทลำนี้รับเฉพาะเด็กกลุ่มนี้เท่านั้น เข้าใจมั้ยครับ
ป้าสอง : นายเป็นพนักงานใช่มะ งั้นพวกชั้นจะเอาเรือส่วนตัวเหมือนกัน เท่าไหร่ว่ามา
ลุงเรา : สามหมื่นครับ เหมาหนึ่งวัน สามหมื่นพร้อมคนขับเรือครับ สนใจอัพเกรดมั้ยครับ
ป้าหนึ่ง : โห ทำไมแพงจัง โกหกรึเปล่าเนี่ย ตั้งสามหมื่น แล้วเด็กพวกนี้มีปัญญาซื้อได้ไง
ลุงเรา : เด็กพวกนี้เป็นหลานผม ผมเป็นเจ้าของเรือพวกนี้ พูดง่ายๆคือเจ้าของบริษัทเรือ เชิญพวกคุณไปลงเรือได้แล้ว
เพราะเรือลำนั้นจะออกแล้วตามเวลาทริป และเรือสปีดโบ๊ทจะออกแค่ลำเดียวคือลำนี้ ลำที่พวกคุณไปหย่อนก้นจะไม่ออกไปไหน
บอกไว้ก่อนนะครับว่าเราไม่มีนโยบายคืนเงิน จะไปไม่ไป?
และมนุษย์ป้าก็เงิบและเดินไปลงเรือลำใหญ่ตามที่ควรจะเป็น ทั้งขำทั้งปวดหัวเลยค่ะตอนนั้น
ปล.-ลุงเราเป็นคนใจดีนะคะ ตลกด้วย ไม่เคยเห็นลุงในมุมนี้เหมือนกัน
- ที่บอกว่าเหมาสามหมื่นนี่ไม่ใช่เรื่องจริงนะคะ แกตอบประชดป้าไป
- ลำดับการพูดนี่เราไม่ได้จำได้เป๊ะนะคะว่าคนไหนประโยคไหน แทนชื่อป้าหนึ่ง,สอง,สาม เพื่อให้เข้าใจง่ายค่ะ
เจอมนุษย์ป้าครั้งแรก ตื่นเต้น ( ตอนที่ 2 )
เจอมนุษย์ป้าครั้งแรก ตื่นเต้น ( ตอนที่ 2 )
หลังจากสบตากันที่สนามบินครั้งสุดท้าย พอดีรถจากโรงแรม เซนทาราอันดาเทวี มารับเป็นรถ CAMRY ลีมูซีนป้ายเขียวของโรงแรมเพราะ จขกท จองไว้ราคา 1,500 บาท รับส่งสนามบิน ไป-กลับ พอเดินทางมาถึงโรงแรมมีพนักงานยกกระเป๋า เปิดประตูให้และลากกระเป๋าไปเช็คอิน พอเงยหน้ามาเท่านั้นแหละเงิบ ยัยป้ากำลังเช็คอินอยู่ จขกท เดินยิ้มอย่างสง่างามไปที่เคาเตอร์เช็คอิน พร้อมยื่น วอยเชอร์ ของอโกด้า ให้พนักงานคนสวย
บทสนทนาเริ่มต้น ณ.ตอนนี้
พนักงานคนสวย : คุณ......จองผ่านอโกด้าห้องดีลักซ์รวมอาหารเช้า 3 วัน 2 คืนน้ะค๊ะ พนักงานก็เงียบไปซักพัก พอดีห้องดีลักซ์เราเต็มเราอัพเกรดห้อง Pool Access ให้น้ะค้ะสามารถลงสระว่ายน้ำได้เลย รู้สึกว่า จขกท จะโชคดีอีกและได้อัพเกรดห้องด้วย ยิ้มกริ่มในใจ หุๆๆๆๆ แต่เดี๋ยวก่อนยังไม่จบเท่านั้น นังมนุษย์ป้าได้ยิน หูผึ่งขึ้นมาทันที
ป้า : น้องค๊ะทำไมดิชั้นมาก่อนถึงไม่ได้อัพเกรดค๊ะ พร้อมกับตวาดพนักงานดังลั่น จนฝรั่งญี่ปุ่น มองมาที่นาง
จขกท : คิดในใจเอาอีกแล้วกรู ( ความโชคดีมาพร้อมกับความโชคร้าย )
พนักงาน : โทษน้ะค๊ะคุณ......(ชื่อยายป้า ) ลูกค้าจองห้อง ดีลักษ์มาพร้อมเตียงเสริมไม่รวมอาหารเช้ามากับแพคเกจแอร์เอเซียโก 3 วัน 2 คืน และห้องที่คุณป้าเช็คอินมีเป็นห้องสุดท้าย คุณ...... (ชื่อยายป้า ) ก็ได้ห้องตรงตามในวอยเชอร์ทุกอย่างค่ะ
ป้า : อะไรกันห้องนี้อยู่ชั้น 4 คนแก่เดินขึ้นลงลำบาก (ลำบากและจะมาเที่ยวทำไมอีป้า ) ช่วยอัพเกรดเป็นห้องชั้นล่างให้ชั้นด้วย
พนักงาน : ได้ค่ะอัพเกรดได้แต่คุณป้า แต่คืนละ 1,000 บาทค่ะ พร้อมยิ้มสวยๆใส่คุณป้า พร้อมมองมาที่ผมบอกเรียบร้อยค่ะเดี๋ยวให้พนักงานพาไปส่งที่ห้องน้ะค๊ะ
ผม : ขอบคุณครับ พร้อมมองยัยป้าแบบเชิดเริ่ดๆๆ 55555+
ป้า : โวยวายว่ายังงัยก้ต้องได้อัพเกรดห้อง แต่เมื่อพนักงานไม่ยอมนางก็สงบไปโดยปริยาย
ผม : สบตากับป้าอีกครั้งก่อนเดินมาที่ห้องโดยมองอีป้าที่กำลังโมโห
*****สถานการณ์ปกติ พักผ่อนนอนหลับ******จนถึงเช้าที่ห้องอาหาร จขกท จองทัวร์ ของบาราคูดัส สปีดโบ้ท เกาะห้อง ไว้ก็เลยมาทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารโรงแรม พนักงานจะถามเบอร์ห้องแต่พอกินขนมปังปิ้งไม่ทันจะเคี้ยวเอ๊ะ เสียงคุ้นๆ เงยหน้ามองไปที่ทางเข้า อีป้ามาในชุดชายหาดแบบผ้าถุงลายดอกสีส้ม สีม่วง สีชมพู ยืนเถียงกับพนักงานว่าจะเข้ามาทานอาหารเช้า
ป้า : อาหารเช้าชั้นจะเข้าไปทาน
พนักงาน : ห้องคุณ........(ชื่อป้า ) ไม่มีอาหารเช้าน้ะค๊ะ ถ้าจะทานต้องเสียเงินท่านละ 559 บาทค่ะ
ป้า : ชั้นทานไม่เยอะหรอกนิดเดียว
พนักงาน : ไม่ได้ค่ะ
ป้า : เดินจากไปพร้อมทิ้งท้ายกับพนักงานว่าเฮ็งซวย
หลังจากนั้นผมเดินมาที่ล็อบบี้เพื่อรอรถมารับไปขึ้นเรือ เจอยายป้านั่งรออยู่แล้ว จขกท ก็เลยเดินไปนั่งโซฟาใกล้ๆ พร้อมสบตาและมองคุณป้าด้วยสายตาอย่างเป็นมิตร ทันใดนั้นเองอีป้าพูดมาว่า เบื่อจังเลยเว้ยมาเที่ยวครั้งนี้เจอแต่คนเอาเปรียบ จขกท สตั้นไป 1 วินาที (คิดในใจอีป้านั่นแหละเอาเปรียบแต่เขา ) จนรถของทัวร์มารับที่ โรงแรมก็เรียกชื่อพร้อมขอดูวอยเชอร์ แล้วเชิญผมไปขึ้นรถ และมารับลูกค้าอีกกลุ่ม ปรากฏว่าลูกค้าอีกกลุ่มคืออีป้า จขกท คิดแล้วคิดอีก ยกเลิกทริปถ้าร่วมทริปกับอีป้าไม่สนุกแน่ แต่ปรากฏทัวร์ของอีปร้าเป็นเรือหางยาว ก็เลยโอเครไปก็ไป
ไกด์ : สติ๊กเกอร์สีแดงไปเรือเร็วหมายเลข 14 สติ๊กเกอร์น้ำเงินไปเรือหางยาวเบอร์ 11
ป้า : เห็นเรือ ตกใจ ชั้นต้องไปลำนี้เหรอ ( จขกท นึกในใจตอนจองไม่แหกตาดูเหรออีป้า ) ชั้นปีนขึ้นไม่ได้หรอกน้ะ
ไกด์ : ป้าต้องไปลำนั้นคับ เรือเร็วราคาแพงกว่า ยายป้าหันมาที่ จขกท แล้วพูดว่า เธอเอาใบจองมาดูซิ กี่บาทพร้อมดึงจากมือผมไปอย่างรวดเร็ว
จขกท : นี่ป้า อย่าเสียมารยาทขอดูให้เจ้าของเค้าอนุญาติก่อนอย่าทำนิสัยแบบนี้ ถ้าไปไม่ไหวกลับโรงเเรมไปนอนเคี้ยวหมากเลย
ป้า : เธอไม่ต้องมาอวดดี ชั้นซวยมากเจอเธอตั้งแต่ต้นทริปนี้ชั้นไม่สนุกและ
จขกท : เหรอคับป้าผมซวยมากกว่าที่เจอกับคนแก่กะโหลกกะลาไร้สติอย่างป้า ลูกหลานไม่รักเหรอถึงทำตัวทุเรศแบบนี้
ฝรั่ง จีน มองแบบงง มันด่าไรกันว้ะ ทันใดนั้นเอง ไกด์ก็เรียกให้ จขกท ลงเรือปล่อยอีปร้าไปเรือหางยาว
****ตัดตอนขากลับเลย*****
จขกท ทานอาหารเช้าเสร็จ ก็เช็คเอาท์มาขึ้นรถลีมูซีนของโรงแรม อีป้ามองมาถามกับคนขับว่าเราจะไปไหน คนขับบอกสนามบิน ป้าบอกดีเลยขอติดรถไปด้วย จขกท ได้ยินเลยบอกไปว่า ขอโทษน้ะคับ ผมจ่ายเงิน 1500 บาท และต้องการนั่งคนเดียวอยากไปจองคันใหม่ เข้าใจตรงกันน้ะป้าพร้อมมองไปที่คนขับรถแบบมั่นใจพยักหน้า 1 ครั้งเดินขึ้นรถคนขับรถออกรถเลย อีป้าคงด่าลับหลังเป็นแน่
******ตัดมาที่สนามบิน*******
จขกท บินบางกอกแอร์เวย์ ก็จะมีห้องรับรองให้ที่สนามบิน จขกท ก็เข้าไปนั่งเริดๆเชิดๆรอขึ้นเครื่อง ยังไม่จบน้ะ อีมนุษย์ป้าเห็นผมนั่งอยู่กับผู้โดยสารท่านอื่นอีก 5 - 6 คน นางปรี่เข้ามาพนักงาน PG เลยบอกขอดู บอร์ดดิ้งพาส นางยื่นบอร์ดดิ้งพาสของหางแดงให้พนักงานยิ้มอย่างสวยๆแล้วบอกว่า ป้าค้ะแอร์เอเซียด้านนอกค่ะ ป้าบอกแล้วไอ้หนุ่มคนนั้นทำไมเข้าไปได้ พนักงานมองมาที่ จขกท แล้วยิ้มมุมปากกับอีป้า แล้วบอกว่าลูกค้าท่านนั้นผู้โดยสารบางกอกแร์เวย์ บลูริบบอน ค่ะ ป้าเงิบลากกระเป๋าออกไปเลย
*****จบ********
จขกท เล่าจากเรื่องราวจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่สัมผัสกับอีมนุษย์ป้า 3 คนนี้ตลอดทริปกระบี่ เป็นการไปผักผ่อนแบบตื่นเต้นตลอดเวลา
บังเอิญแล้วบังเอิญเล่า ดีน้ะที่สนามบินปลายทางคนละที่ ไม่งั้นคงได้สบตากันอีกแน่นอน คริๆๆๆ
เจอมนุษย์ป้าครั้งแรก ตื่นเต้น ( ตอนที่ 1 )
ขอเล่าประสบการณ์เจอมนุษย์ป้าครั้งแรกบนเครื่องบิน จขกท เดินทางโดยสายการบินหางแดงจากดอนเมืองไป กระบี่ โดยเช็คอินที่ดอนเมืองและที่นั่ง
สุ่มให้เป็น Hpt Seat แถวที่ 1 ( 1A ) ก็ดีใจมากเพราะกว้างสุด ตอนบอร์ดเรียกขึ้นเครื่องป้ากลุ่มนี้ ประมาร3คนก็รีบไปขึ้นเครื่องก่อนเนื่องจากป้าแกซื้อHot Seat แถวที่ 2 ไว้ผมก็รอขึ้นเครื่องท้ายๆปรากฏว่าขึ้นไป คุณป้าแกนั่งที่นั่งผมเรียบร้อย สบายใจ 3 ป้า 1A 1B 1C นี่คือบทสนทนาระหว่างผมกับป้า
ผม : ขอโทษน้ะครับคุณป้า 1 A ตรงนี้มันที่นั่งผมครับ
ป้า : อ้าวเหรอ เธอไปนั่งแถว 2 ไป ป้าจะนั่งตรงนี้มันกว้างป้าวื้อที่นั่งมา
ผม : ขอโทษนะครับคุณป้าผมจะนั่งที่ของผมครับ
ป้า : อารมณ์ขึ้น ก็บอกแล้วไงชั้นจะนั่งตรงนี้ มันก็เหมือนๆกันแหละนั่งตรงไหนถึงพร้อมกัน
ผม : เหรอครับป้า ( ถอนหายใจ 1 วิ ) โทษนะครับป้า แก่จนป่านนี้แล้วแยกแยะไม่ออกเหรอครับว่าที่นั่งเค้าให้นั่งตามที่ระบุไว้ในบัตรโดยสารแอร์ก็ประกาศอยู่หูตึงเหรอครับ ถ้าคุณป้าไม่ลุกผมจะอุ้มป้าไปเองครับ ป้าอีก 2 คนเลยบอกว่า ชั้นจ่ายเงินค่าที่นั่งมาน้ะหลายร้อย เธอได้จ่ายมั้นไหนเอาตั๋วมาดูซิ่
ขณะนั้นคุณแอร์ก็เข้ามาบทสนทนาเริ่มขึ้น
แอร์คนสวย: ขอโทษน้ะค้ะคุณป้าขอดูบัตรที่นั่งด้วยค่ะ
ป้า : ยื่นให้ดู พร้อมบอกว่ายังงัยก็จะนั่งตรงนี้
แอร์ : ตามกฏของสายการบินเราให้นั่งที่ตามที่ระบุไว้ในบัตรโดยสารค่ะ ขออภัยในความไม่สะดวกน้ะค๊ะ
ขณะนั้นผู้โดยสารต่างมองมากันเป็นตาเดียว
ป้า : อะไรกันนักกันหนาว้ะ กูบอกกูจะนั่งตรงนี้
แอร์ :ถ้าคุณป้าไม่ย้ายเราจะเชิญคุณป้าลงจากเครื่องตามกฏการบินในข้อหาก่อความวุ่นวายก่อให้เกิดความรำคาญต่อผู้โดยสารท่านอื่น
ป้า : ลุกขึ้นแบบโมโห ในขณะนั้นสายตานางมองไปเห็นที่นั่งเบาะสีแดงที่เป็น ประตูทางออกฉุกเฉิน นางปรี่ไปนั่งด้วยความเร็ว 4X100 แบบไม่ถามใคร
แอร์ : ตะโกนบอกคุณป้านั่งตรงนั้นไม่ได้ค่ะ
ป้า : ทำไมชั้นจะนั่งไม่ได้ ชั้นซื้อที่นั่งมาเบาะสีแดงชั้นต้องนั่งได้
แอร์ : ที่นั่งตรงนั้นเราสำรองไว้ให้ผู้โดยสารที่ซื้อก็จริงค่ะ แต่ต้องมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจในการเปิดประตูทางออกฉุกเฉินน้ะค๊ะรบกวนคุณป้ากลับมานั่งที่ด้วยค่ะ
ป้า : ท่าทางจะโกรธมากเดินมานั่งที่ตัวเองแถวที่ 2 แต่โดยดี
ยังไม่จบน้ะครับ มีต่อ
หลังจากเครื่องไต่ระดับได้ที่แล้ว สัญญานรัดเข็มขัดดับ นางเริ่มก่อความวุ่นวายอีกครั้งเอาเท้าดันเบาะผมแบบแกล้ง ( นางนั่งหลังผม ) ผมก็เลยเอนเบาะใส่นางลุกขึ้นวีนเลย
ป้า : นี่เธอหัดมีมารยาทหน่อยสิ่ เอนเบาะมาทำไมชั้นอึดอัด
ผม : มารยาทของผมหมดตั้งแต่ป้าดันเบาะผมทุก 2 วินาทีและ รบกวนป้ากลับไปนั่งกับที่สงบจิตใจอีกไม่ถึง ชม.ก็จะลงและใช้เวลาลาบนเครื่องให้มีประโยชน์มากที่สุดไม่รู้ลงไปจะมีลมหายใจอยู่บนโลกได้กี่วัน อย่าให้ผมต้องเสียมารยาทกับคนสูงอายุไปมากกว่านี้เลย
ป้า : โกรธมาก บ่นด่าผมตลอดทาง
จนเครื่องลงจนมารอรับกระเป๋า ผมสบตากับป้าอีกครั้ง และความบังเอิญเกิดขึ้นอีกครั้ง ผมกับป้าพักโรงแรมเดียวกัน เช็คอินพร้อมกัน แต่รถที่มารับคนละคัน เป็นเซอร์ไพรส์มาก มีต่อ(ตอนที่ 2 ครับ ) มนุษย์ป้ายังไม่ย่อท้อต่อการเอาคืน 555
วันอังคารที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
6 พิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจในกรุงโซล
6 พิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจในกรุงโซล
การเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์นั้น นอกจากจะทำให้เราเพลิดเพลินตา ยังแฝงด้วยความรู้และประโยชน์สาระ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือแม้กระทั่งวิถีชีวิตของคนสมัยโบราณ ดังนั้นพิพิธภัณฑ์จึงเป็นสถานที่ที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรพาบุตรหลานไปเยี่ยมชมยิ่งนัก เพราะนอกจากจะทำให้เขาได้เห็นในสิ่งที่เขาไม่มีโอกาสได้เห็นในชีวิตประจำวันแล้ว การไปชมพิพิธภัณฑ์ยังจะช่วยเสริมสร้างสติปัญญา ทำให้เด็กๆ ได้ไอเดียหรือมีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ เกิดขึ้น
ดังเช่นที่กรุงโซล เมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้ ที่นี่นอกจากจะมีภูมิประเทศที่สวยงาม มีโบราณสถานอันเก่าเก่า และสถานที่ช้อปปิ้งมากมายแล้ว กรุงโซลยังมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง ซึ่งบางพิพิธภัณฑ์คุณอาจไม่สามารถหาชมได้ที่ไหนอีกแล้วบนโลกใบนี้ ดังนั้นเราจึงรวบรวมพิพิธภัณฑ์ในกรุงโซลมาเป็นแนวทางสำหรับคุณเป็นจำนวน 6 แห่งด้วยกัน ซึ่งแต่ละแห่งก็มีความน่าสนใจแตกต่างกัน รวมทั้งแนะนำสถานีซับเวย์อันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์นั้นๆ ในกรณีที่คุณต้องการเดินทางไปด้วยตัวเอง
สัมผัสและรู้จักประวัติศาสตร์ของเกาหลีอย่างถ่องแท้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งนี้คือสถานที่ที่จะพาคุณย้อนเวลากลับไปดูวิถีชีวิตของคนเกาหลีในช่วงศตวรรษที่ 20
How to go there: จาก Ichon Station ทางออกที่ 2 จากนั้นเดินต่อไปอีก 150 เมตร เพื่อไปยัง Yongsan Family Park
เกาหลีเป็นประเทศที่ในประวัติศาสตร์ค่อนข้างมีปัญหาระหว่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง สำหรับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะครอบคลุมทั้งประวัติศาสตร์ของสงครามเกาหลี รวมทั้งแสดงให้เห็นด้วยว่าการทำสงครามในอนาคตนั้นจะเป็นเช่นใด
How to go there: เดิน 10 นาทีจาก Namyong Station หรือเดิน 5 นาทีจาก Samgakji Station ทางออกที่ 12
หากคุณชื่นชอบหรือกำลังเสาะหาสิ่งประดิษฐ์เจ๋งๆ อย่างเช่นหุ่นปั้นขนาดเท่าตัวจริงของมนุษย์ ลองตรวจสอบไปที่พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติของเกาหลี ซึ่งที่นี่คุณจะได้พบภาพสามมิติขนาดใหญ่เท่าตัวคุณ รวมถึงภาพวาดที่สื่อถึงประเพณีดั้งเดิมของเกาหลีด้วย
How to go there: ทางออกที่ 2 ของ Gwanghwamun Station
ถ้าคุณสนใจการเต้นรำตามแบบฉบับดั้งเดิมของเกาหลีประกอบเพลงโบราณ หรือคุณอาจจะแค่อยากเห็นสาวๆ เกาหลีหน้าตาดีในชุดฮันบกล่ะก็ ลองมุ่งหน้าไปที่ National Gugak Center ดูสิ เพราะที่นี่ถือว่าเป็นศูนย์กลางทางดนตรีเกาหลีแบบดั้งเดิมของชาติ
How to go there: จาก Sadang Station ให้ออกทางด้านทางออกที่ 1 จากนั้นต่อรถบัส Seocho หมายเลข 17
นี่คือพิพิธภัณฑ์ที่เต็มไปด้วยภาพลวงตา หากคุณอยากทดสอบสายตาตัวเองว่าแก่แล้วหรือยัง สามารถไปตรวจสอบได้ที่ Trick Eye Museum แห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางของฮงแด ศูนย์สินค้าแฟชั่น ศิลปะ และดนตรีของหนุ่มสาวชาวเกาหลี
How to go there: จากทางออกที่ 9 ของ Hongdae Station ให้เดินตรงไป 200 เมตร เพื่อไปยัง Starbucks Coffee Shop
สมมติว่ามีอาหารที่ควรได้รับรางวัลระดับชาติในประเทศเกาหลี ผู้ชนะคงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากกิมจิ เพราะกิมจิเป็นอาหารที่คนเกาหลีขาดไม่ได้เลยสักมื้อ ดังนั้นหากคุณกำลังเดินทางเข้าสู่เกาหลี สิ่งที่คุณควรเรียนรู้ก็คือพื้นฐานของกิมจิ 101 อย่างนั่นเอง เนื่องจากกิมจิเป็นสิ่งที่สำคัญในประเทศเกาหลี ที่หากราคาขึ้นเมื่อไหร่เป็นต้องลงข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งทุกที
How to go there: Samseong Station ทางออกที่ 6 ที่เชื่อมต่อกับ COEX Mall โดยเดินไปทาง COEX Aquarium
เครดิต
http://blog.mushroomtravel.com/2013/05/6.html
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






